ค้นหา

Custom Search

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2552

หนอนตายอยาก ว่านยามากสรรพคุณ

หนอนตายอยาก รักษาโรคลำไส้
หนอนตายอยาก ว่านยามากสรรพคุณ
เรื่องหนอนตายอยากผมทราบสรรพคุณมานาน และเคยใช้ประกอบยาในผู้ป่วยโรคเอดส์และมะเร็งมาแล้ว ได้ผลเป็นที่น่าพึงพอใจอยู่เหมือนกัน เพราะหนอนตายอยากนี้ได้รับการวิจัยจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มาแล้วว่ามีฤทธิ์ต้านเอดส์และมะเร็งได้ดี และการใช้สมุนไพรเดี่ยวนั้นเคยแนะนำผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ต้นคอเอาไปต้มกินและตำพอก ได้ข่าวจากคนที่นำมาพบบอกว่าหายดีแล้ว
หนอนตายอยาก ว่านยามากสรรพคุณ


เมื่อต้นเดือน พฤษภาคม  ผู้เขียนท่องเที่ยวอยู่โคราช ได้ไปกราบหลวงปู่สุคนธ์ วัดป่าอิสสริการาม ขามทะเลสอ เมื่อสนทนากันเรื่องสมุนไพรซึ่งท่านสนใจเป็นพิเศษ ท่านบอกกับผู้เขียนว่ามีคนป่วยมะเร็งลำไส้อาการโคม่ารายหนึ่งเอาหนอนตายอยากมาต้มกินประจำก็หายจากมะเร็งลำไส้ แต่ถึงแม้ผู้เขียนจะรู้สรรพคุณมานานแล้วก็ไม่มีเวลาที่จะหาต้นยานี้อย่างจริงจังสักที ไปซื้อจากร้านขายสมุนไพรก็ได้สมุนไพรเป็นหัวแห้ง ๆ เต็มไปด้วยหินดินทราย จะนำมาล้างตากอีกทีก็ค่อนข้างยาก จึงทำให้การประกอบยาเป็นไปด้วยอุปสรรค เพราะสมุนไพรหลายตัวที่ซื้อมาล้วนมีปัญหาดินทรายปะปนมา การทำความสะอาดตอนแห้งไม่ง่ายเหมือนสมุนไพรสด ยาบางขนานจึงขาดตลาดไปนาน ไม่กล้าที่จะทำขึ้นมาอีก จนไปอยู่เชียงรายจึงพบดงหนอนตายอยากทั้งชนิดหัวและชนิดที่เรียกว่าขอบชะนางแดงและขาวซึ่งเขาก็เรียกหนอนตายอยากเหมือนกัน

มีสรรพคุณเป็นยารสเบื่อเมา แก้น้ำเลือดน้ำเหลืองและฆ่าเชื้อเช่นเดียวกัน ไปพบคนรู้จักกัน เขาว่าหมอพื้นบ้านที่เพชรบูรณ์คนหนึ่งใช้หนอนตายอยาก(ขอบชะนาง)ผสมยารักษาโรคเอดส์และมะเร็ง รักษาหายมาก และเขาพยายามปกปิดเป็นความลับอย่างที่สุด พี่คนนี้ไปหามาปลูกไว้ หมอมาพบเข้าบอกว่าปลูกไว้ในบ้านเป็นเสนียดจัญไรไม่ดีเลย ให้ถอนทิ้งเสีย คนไม่รู้นี่ พอฟังดังนั้นก็กลัวตามหมอว่าจึงถอนทิ้งเสียหมด แถมไปเห็นคนอื่นปลูกไว้ก็ไปบอกคนอื่นถอนทิ้งอีกเหมือนกัน กว่าจะรู้ว่าถูกหมอหลอกเพราะกลัวเอาไปทำยาแข่งก็ผ่านมานาน และมาบ่นเสียใจอยู่ นี่เป็นเรื่องของมงคลตื่นข่าว เขาว่าอย่างไรก็ว่าตามกันไปโดยลืมนึกถึงเหตุผลที่แท้จริง

เมื่อสงกรานต์ ไปท่องแดนธรรมที่อีสานก็ไปแวะดูตลาดสมุนไพรลาวที่ท่าอุเทน นครพนม ก็พบเห็นสมุนไพรหลากหลายชนิด ราคาก็ไม่แพง จึงได้แหล่งสมุนไพรแห่งใหม่ ต่อไปคิดจะหาสมุนไพรสดทำยาก็หาได้ที่นี่ ท่านผู้อ่านไปเที่ยวแถวนครพนมก็ลองแวะไปดูทุกวันจันทร์และพฤหัส ตั้งแต่เช้ายันเที่ยง มีของทั้งฝั่งลาวและไทยขายกันเยอะ ใครรู้จักสมุนไพร หรือแสวงหาสมุนไพรแปลก ๆ ที่นั่นน่าจะพอหาได้ หรือสั่งให้เขาหาให้ได้ เพราะราคาย่อมเยาจริง ๆ ไปพบคนไทยคนหนึ่งแถวศรีสงคราม แกพูดถึงเปลือกไม้หายากชนิดหนึ่งว่านำมารักษาโรคมะเร็งหายทุกคนในเวลาไม่เกิน 2 เดือน แม้อาการจะหนักอย่างไรก็ตาม

เมื่อไต่ถามลักษณะเขาก็บอกให้ทราบ แต่บอกว่าหายากมาก ต้องไปหาในป่าลึกแถวเพชรบูรณ์ ถามราคาเขาบอกว่าเขาตั้งราคาไว้กิโลละ 1 ล้านบาท ผมฟังแทบช็อก เขาบอกว่ามีคนเคยมาขอซื้อกิโลละ 3 แสน ผมก็มานึกว่าทำไมคนเราบางคนนี่มันแสนจะเว่อร์สุดกู่ ต่อมาผมท่องไปท่องมาไปพบเขาขายเปือกไม้ชนิดนี้ราคามัดละไม่กี่บาทเอง ก็ยังไม่ทราบจะมีสรรพคุณอย่างเขาว่าจริงหรือไม่ ถ้าใช้ได้จริงก็จะมีส่วนช่วยผู้ป่วยโรคมะเร็งได้อีก หาไปเรื่อยแหละครับจนกว่าจะได้ของดีมาช่วยผู้คน

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ไปเที่ยวงานแพทย์แผนไทยที่กระทรวงสารธารณสุข เห็นเขาเอาหนอนตายอยากมาวางขายกันเยอะ ทั้งชนิดหัวเล็ก ที่ภาษาสมุนไพรเรียกว่า "กะเพียดหนู" และชนิดหัวใหญ่ ภาษาสมุนไพรเรียก "กะเพียดช้าง"ถามราคาหัวดิบ ขายกันที่กิโลกรัมละ 70-80 บาท ก็ไม่ถือว่าแพง เพราะเป็นของมีคุณภาพสูงและหายาก มันมีในป่าบางพื้นที่เท่านั้น ผู้เขียนเที่ยวป่าไหนก็สอดตาหาดูต้นไม้ทุกประเภทเผ่าพันธุ์ ไม่ค่อยพบหนอนตายอยากหรอกครับ หายากยิ่งกว่ากวาวเครือขาวเสียอีก อย่างที่ตลาดท่าอุเทนก็ไม่มี ยิ่งกวาวเครือขาวทางโน้นหายาก คนฝั่งลาวไปเอาหัวว่านกิมเจ็งมาวางขาย บอกว่าหัวกวาวเครือขาว ถามราคาดูเขาว่ากิโลกรัมละ 30 บาท (หัวดิบ) คนไม่รู้เอาไปทำยากินก็จะไม่พบสรรพคุณของกวาวเครือขาวเลย เรื่องของคนขายสมุนไพรนี่ก็เชื่อไม่ค่อยได้หรอกครับ เราต้องรู้จักสมุนไพรจริง ๆ จึงจะได้ของจริงของแท้ ไปซื้อตามคนขายบอกไม่ได้หรอก เพราะทำตาม ๆ กัน ถ้าผิดก็ผิดตาม ๆ กัน เพราะชาวบ้านเขาไม่รู้จริงนั่นเอง อย่างเช่นว่านขันหมาก เคยได้ข่าวว่าคนขายสมุนไพรที่เชียงใหม่นำไปขายกรุงเทพ ฯ ต้นละ 20 บาท จึงตามไปดูที่เชียงใหม่ ไปถามแกว่าต้นไหนคือว่านขันหมากที่คุณส่งไปขายกรุงเทพ ฯ เขาก็พาไปชี้ดูว่านค้างคาว หรืออีกชื่อเรียกว่า “เนระพูสีไทย” เห็นไหมครับ ไม่ใช่ว่าคนขายสมุนไพรจะรู้ต้นไม้ทุกต้น บางครั้งเขาก็ทำไปตามกระแส ผมเขียนเรื่องกวาวเครือ พอกวาวเครือดังคนก็พากันขายกวาวเครือ ตอนนี้มาเขียนเรื่องว่านขันหมาก คนก็พากันหาว่านขันหมากมาขาย แต่จะเป็นขันหมากจริงหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แม้ตัวผมเองก็ใช่ว่าจะรู้ทุกอย่าง พวกว่านตระกูลเง่าเช่น ว่านนางคำ ว่านเอ็นเหลือง ว่านมหาเมฆ และอีกมากมายก่ายกอง ผมไม่มีความชำนาญเช่นพวกขายต้นว่าน ใบและต้นมันคล้ายกัน หัวก็คล้ายกัน เขาแยกออก แต่ผมแยกไม่ออก ก็ต้องไปซื้อของเขามาปลูกแล้วศึกษา แล้วปักป้ายแยกไว้เป็นชนิด ๆ ตอนนี้ปลูกไว้หลายชนิด ค่อย ๆ ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะสร้างสวนสมุนไพรในฝันเอาไว้ให้คนได้ศึกษาเรียนรู้กัน อีกหน่อยคนแพร่ต้องมาเรียนรู้สมุนไพรที่สวนสมุนไพรหมอเมือง

ทีนี้มากล่าวถึงหนอนตายอยากทางวิชาการกันเสียที ในหนังสือไม้เทศเมืองไทยของหมอเสงี่ยม พงษ์บุญรอด ว่ากะเพียด หรือหนอนตายอยาก Stemona Callinsae

เป็นไม้เลื้อยตามพื้นดิน หรือพาดพันตามต้นไม้อื่น ใบโต ปลายใบเรียวแหลมคล้ายใบพลู เส้นลายในใบถี่ละเอียด ต้นเป็นเถาคล้ายพลูมาก มีฝักเล็ก ปลายฝักแหลม กว้างราว 1 ซม. มีดอกเล็ก ๆ เป็นกลีบ ๆ คล้ายดอกจำปา ดอกสีแดงชนิดหนึ่ง สีขาวชนิดหนึ่ง เป็นไม้ล้มลุก เจริญในฤดูฝน สิ้นฤดูฝนก็เหี่ยวแห้งไป ถึงฤดูฝนก็งอกงามขึ้นมาอีก (เพราะมีหัวอยู่ใต้ดิน) ชอบขึ้นตามป่าบนเชิงเขา มีมากบนเขาเขียว จังหวัดชลบุรี(สมัยก่อน) และในภาคตะวันออกทั้งหมด ภาคเหนือและภาคกลางก็พอหาได้

ประโยชน์ทางยา รากกะเพียดหรือหนอนตายอยากนี้มีอัลกาลอยด์ชื่อ Stemonine ใช้รากทุบให้ละเอียดผสมน้ำฟอกล้างผมฆ่าทำลายเหาหิด โขลกพอกปิดปากแผลสัตว์เลี้ยงที่เลียไม่ถึงฆ่าหนอนในแผลให้ตายสิ้น ใช้ผสมน้ำฉีดทำลายหนอนที่มารบกวนพืชให้ตายสิ้นเช่นเดียวกับรากโล่ติ้นของจีน

แพทย์พื้นบ้านต้มรากรับประทาน และต้มกับยารมหัวริดสีดวงทวาร ทำให้หัวริดสีดวงแห้งฝ่อหายได้ ทุบรากสดใส่ไหปลาร้าทำให้หนอนตายสิ้น ชื่อที่เรียกกัน หนอนตายอยาก กะเพียดหนู โป่งมดง่าม และอีกชนิดหนึ่งคือ กะเพียดช้าง มีลักษณะเหมือนกะเพียดหนูทุกอย่าง ที่ผิดกันคือใบใหญ่และเส้นใบหยาบกว่า เถาโตกว่า หัว ดอก ฝัก ใหญ่ยาวกว่าทุกส่วน ชนิดนี้มีมากทางสระบุรี ภาคตะวันออกมีบ้างประปราย ทางลพบุรีและสระบุรีเอามาขายในงานพระพุทธบาทกับพวกว่านต่าง ๆ รากใช้แช่น้ำปูนขาวหรือขยำน้ำเกลือแล้วเชื่อมเป็นแช่อิ่มรับประทานได้ นอกจากนั้นใช้ในการบำบัดโรคผิวหนังและริดสีดวงเช่นเดียวกับกะเพียดหนู ชื่อที่เรียกกัน หนอนตายอยากใหญ่ กะเพียดช้าง”

ตามประสบการณ์ของผู้เขียนพบว่ากะเพียดเล็กมี 2 ชนิดคือชนิดรากสั้นอวบ และรากเล็กยาว ส่วนใบและเถาเหมือนกัน สรรพคุณก็คงเหมือนกัน ในป่าบางพื้นที่พบชนิดรากเล็กยาวแห้ง คล้ายรากมะพร้าวซอนไซไปไกลพอสมควร ดูแล้วแห้งจนไม่น่าเอามาทำยา คือไม่สวยเอาเสียเลย ดูท่าจะล้างทำความสะอาดลำบาก ชนิดสั้นอวบนั้นน่าขุดน่าปลูกเหมือนกะเพียดช้าง แต่ข้อแตกต่างระหว่างกะเพียดหนูและช้างนั้น กะเพียดช้างได้ผลผลิตมากกว่า น่าปลูกเป็นไม้ประดับด้วย เพราะให้เถาและใบที่สวยงามมีเสน่ห์น่าชมไม่น้อยทีเดียว ถ้าปลูกลงกระถางต้องใช้กระถางใบโตจึงให้หัวที่สวยงาม ชนิดเล็กหาได้ง่ายกว่าชนิดใหญ่ เดี๋ยวนี้หมอเมืองพบแหล่งหัวหนอนตายอยากเป็นดงขนาดใหญ่ในเมืองแพร่ ปลูกไว้ก็มี นำมาหั่นตากแห้งบดผงบรรจุแคปซูลก็มี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยนั่นแหละครับ ส่วนสรรพคุณที่ทดลองได้ผลดีคือ รักษามะเร็งลำไส้ แผลเรื้อรังในลำไส้ ริดสีดวงทวาร พอกรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง

การใช้รักษามะเร็งและเอดส์นั้นใช้เป็นสมุนไพรเดี่ยวค่อนข้างจะสะดวก เพราะเขามีฤทธิ์เดชในตัวเอง คนเคยใช้ได้ผลก็มีหลายคน จึงไม่จำเป็นต้องเข้าประกอบกับสมุนไพรอื่นอีก วิธีใช้กิน 3 เวลา ก่อนอาหาร ครั้งละ 3 แคปซูลก็เพียงพอแล้ว ใครสนใจอยากได้ก็ติดต่อได้ครับ

รายการบล็อกของฉัน

chat love manman

chat love manman1

chat love manman 2

chat love manman 3

chat love manman 4

chat love manman 5

chat love manman6