ค้นหา

Custom Search

บทความที่ได้รับความนิยม

Wikipedia

ผลการค้นหา

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ต้นสาบแร้งสาบกา

สาบแร้งสาบกา ชื่อสามัญ Goat Weed
สาบแร้งสาบกา ชื่อวิทยาศาสตร์ Ageratum conyzoides Linn. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Ageratum conycoides L., Ageratum obtusifolium Lam., Cacalia mentrasto Vell.) จัดอยู่ในวงศ์COMPOSITAE (ASTERACEAE)
สมุนไพรสาบแร้งสาบกา มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า หญ้าสาบแฮ้ง (เชียงใหม่), หญ้าสาบแร้ง (ราชบุรี), ตับเสือเล็ก (สิงห์บุรี) เทียมแม่ฮาง (เลย), เซ้งอั่งโซว (จีนแต้จิ๋ว), เซิ่งหงจี้ (จีนกลาง) เป็นต้น
ลักษณะของสาบแร้งสาบกาต้นสาบแร้งสาบกา จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกและจัดเป็นวัชพืชอย่างหนึ่ง มีอายุเพียงปีเดียวก็ตาย ลำต้นมีลักษณะต้นตรง แตกกิ่งก้านสาขา สูงได้ประมาณ 30-70 เซนติเมตร ทั้งต้นมีขนสีขาวปกคลุมอยู่ เมื่อเด็ดมาขยี้ดมจะมีกลิ่นเฉพาะตัว กิ่งก้านเป็นสีเขียวอมม่วงเล็กน้อย ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่เจริญเติบโตได้ในดินทุกชนิด เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของอเมริกาเขตร้อน แต่ในปัจจุบันพบขึ้นทั่วไปตามที่รกร้างว่างเปล่าหรือตามริมถนนทั่วไป ในประเทศไทยพบได้ตามชายป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ทุ่งหญ้า และริมทาง
ใบสาบแร้งสาบกา ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ แต่ส่วนยอดของใบจะเรียงสลับกัน ก้านใบยาวประมาณ 7-26 มิลลิเมตร ลักษณะของใบเป็นรูปกลมมนรี ปลายใบแหลม โคนใบกลมมนหรือเว้าเข้าหากันเป็นรูปหัวใจ ส่วนขอบใบเป็นจักฟันเลื่อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-5.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 5-13 เซนติเมตร แผ่นใบเป็นสีเขียวและมีขนสั้น ๆ อ่อน ๆ ขึ้นปกคลุมอยู่ ยาวประมาณ 2-5 นิ้ว ก้านใบมีขนปกคลุมตลอดทั้งก้าน
ดอกสาบแร้งสาบกา ออกดอกเป็นช่อตามง่ามใบและบริเวณส่วนยอดของลำต้น ในช่อหนึ่งจะมีดอกขนาดเล็ก มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-6 มิลลิเมตร และดอกย่อยอยู่อัดตัวกันแน่นเป็นจำนวนมาก ดอกเป็นสีฟ้า สีม่วงน้ำเงิน หรือสีขาว กลีบดอกมีขนาดเล็กเป็นหลอดเส้น ๆ ปลายแหลม เรียงซ้อนกัน 2-3 ชั้น หลังกลีบดอกมีขนเล็กน้อย ส่วนปลายมีรอยแยกเป็น 5 กลีบ ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน อยู่ที่ใจกลางดอก
ผลสาบแร้งสาบกา ผลมีขนาดเล็กสีดำ ลักษณะของผลเป็นรูปคล้ายทรงกระบอกปลายแหลมเป็นเส้น มีร่อง 5 ร่อง

สรรพคุณของสาบแร้งสาบกาทั้งต้นมีรสเผ็ดขม เป็นยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อปอดและหัวใจ ใช้เป็นยาขับพิษร้อนถอนพิษไข้
*(ทั้งต้น)ใช้เป็นยาแก้หวัดตัวร้อนให้ใช้ต้นสดประมาณ 70 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่ม 
*(ต้น)ส่วนอีกวิธีใช้รักษาไข้หวัด ด้วยการใช้ใบสาบแร้งสาบกาสดประมาณ 60 กรัมนำมาต้มกับน้ำกินส่วนรากและทั้งต้นก็มีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้เช่นกัน 
*(ใบ,ราก,ทั้งต้น)ช่วยขับเสมหะ
(ทั้งต้น)ใบนำมาค้นเอาน้ำดื่ม ช่วยทำให้อาเจียน
*(ใบ)ชาวเขาเผ่าอีก้อ แม้วและมูเซอจะใช้รากและใบนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ รวมทั้งเป็นยาแก้ไข้ด้วย
*(รากและใบ)น้ำคั้นจากใบใช้เป็นยาหยอดตา
แก้ตาเจ็บ 
*(ใบ)ใช้รักษาหูชั้นกลางอักเสบ ด้วยการใช้ยอดสดนำมาคั้นเอาแต่น้ำแล้วนำมาใช้หยอดหู (ใบ) แก้หูน้ำหนวก 
*(ทั้งต้น)หากปากเป็นแผล ให้ใช้ใบสด 120 กรัม และกากเมล็ดชา 15 กรัม นำมาผสมกันแล้วตำพอก 
*(ใบ)ใช้เป็นยาแก้คอเจ็บ คออักเสบปวดบวม ต่อมทอนซิลอักเสบ ทางเดินหายใจติดเชื้อ 
*(ทั้งต้น), ตำรายารักษาคออักเสบ ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 30-60 กรัม นำมาล้างให้สะอาด แล้วคั้นเอาแต่น้ำผสมกับน้ำตาลกรวด ใช้รับประทานวันละ 3 ครั้ง 
*(ใบ)สาบแร้งสาบกาทั้งต้นมีสรรพคุณเป็นยาแก้
ลม วิงเวียน
*(ทั้งต้น)ใบใช้ทาภายนอก ช่วยแก้อาการท้องขึ้นอืดเฟ้อ 
*(ใบ)ตำรับยาแก้ปวดกระเพาะ ปวดท้อง กระเพาะลำไส้อักเสบ จุกเสียดแน่นท้อง ให้ใช้ยาแห้งนำมาคั่วให้เหลือง แล้วบดให้เป็นผง ใช้ครั้งละ 1.5-2 กรัม นำมาชงกับน้ำดื่ม
*(ทั้งต้น)ส่วนชาวเขาเผ่าอีก้อ แม้ว และมูเซอ จะใช้รากและใบนำมาเคี้ยวกินหรือต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการปวดท้อง อาหารเป็นพิษ อาหารไม่ย่อย รวมถึงโรคกระเพาะอาหาร 
*(รากและใบ)ใช้เป็นยาแก้บิด (ทั้งต้น)รากใช้เป็นยายับยั้งการเจริญเติบโตของก้อนนิ่ว 
*(ราก)ใช้เป็นยาขับนิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
*(ทั้งต้น)ช่วยแก้ช่องท้องทวารหนักหย่อนยาน 
*(ทั้งต้น)ทั้งต้นมีสรรพคุณเป็นยาขับระดูของสตรี 
*(ทั้งต้น)ใช้เป็นยาแก้สตรีตกเลือด 
*(ทั้งต้น)ใช้รักษาแผลฟกช้ำ แผลสด แผลถลอก มีเลือดออก ใช้เป็นยาห้ามเลือด ด้วยการใช้ยอดและใบนำมาตำแล้วพอกบริเวณที่เป็น
*(ใบ)ใช้รักษาแผลเรื้อรังที่เนื้อเยื่อเมือกบวมอักเสบ ด้วยการนำใบสดและยอดมาล้างน้ำให้สะอาด ผสมกับเกลือและข้าวหมัก ตำให้เข้ากัน ใช้พอกบริเวณที่เป็น 
*(ใบ)รากและใบใช้ตำพอกและคั้นเอาน้ำเป็นยาแก้อาการอักเสบจากพิษงู ตะขาบ แมงป่อง หรือแมลง
*(รากและใบ)ใบใช้ตำพอกแก้อาการคัน ผดผื่นคัน 
*(ใบ,ทั้งต้น)ใช้รักษาแผลเรื้อรังมีหนอง ฝีด้วยการใช้ใบสดนำมาผสมกับน้ำตาลทราย
แดงเล็กน้อย แล้วตำพอกบริเวณที่เป็น 
*(ใบ)ส่วนวิธีใช้รักษาฝีหนองภายนอกอีกวิธี ให้ใช้ต้นสาบแร้งสาบกาสด, ต้นแบเกาจี้, จุ๋ยฉังฉิก นำมารวมกัน ใช้ตำพอกแผลทีเป็น โดยให้เปลี่ยนยาที่พอกวันละ 1 ครั้ง 
*(ต้น)ช่วยรักษาตาปลาอักเสบ ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 120 กรัม และกากเมล็ดชา 15 กรัม นำมาผสมกันแล้วตำพอก 
*(ใบ)[ใบใช้ทาภายนอกเป็นยาแก้อาการปวดบวม *(ใบ)ช่วยแก้อาการปวดข้อ ปวดกระดูก ด้วยการใช้ใบสดนำมาตำพอกบริเวณที่เป็น
ใบขนาดและวิธีใช้ : การใช้ตาม  ยาสดให้ใช้ครั้งละ 35-70 กรัม นำมาตำคั้นเอาน้ำรับประทาน หรือใช้ตำพอกรักษาแผลภายนอก ส่วนยาแห้งให้ใช้ครั้งละ 15-35 กรัม ถ้านำมาใช้ภายนอกให้นำมาบดเป็นผง ใช้โรยแผลตามต้องการ

รายการบล็อกของฉัน

  • CASSOWARY นกที่อันตรายที่สุดในโลก เตะคนตายมาแล้ว - 👣อย่าเข้าใกล้! CASSOWARY นกที่อันตรายที่สุดในโลก เตะคนตายมาแล้ว กลับมาพบกันอีกครั้งกับเรื่องราวของความเป็นที่สุดในโลกของเราในวันนี้ครับ ยังคงมีสิ่งที่น่าสน...
    1 วันที่ผ่านมา
  • มาดูทารกโลกตะลึง เด็กดำ ที่สุดในโลก - มาดูทารกโลกตะลึง!!! “เด็กดำ” ที่สุดในโลก เป็นที่ฮือฮามากสำหรับ เด็กดำ น้อยคนนี้ ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันแชร์รูปของเด็กน้อยคนที่กล่าวว่า เป็น “ทารกดำ ที่...
    8 เดือนที่ผ่านมา
  • พีชผักสายพันธุ์แปลก - Majesty Potato มันฝรั่งสีน้ำเงินม่วงชื่ออื่นๆ Mountain rose potatoes,Viking purplpotatoes สีม่วงนี้อุดมไปด้วยแอนโธไซยานิน รสชาติของมัมเหมือนมันฝรั่งปกติ แ...
    2 ปีที่ผ่านมา
  • เตารีดไอน้ำ(Steam iron) - *เตารีดไอน้ำอาจกินไฟมากกว่าเตารีดแห้ง* ขึ้นอยู่กับกำลังไอน้ำที่พ่นใส่ผ้า แต่ถ้ารีดผ้าในจำนวนที่เท่ากันเตารีดไอน้ำจะใช้เวลาน้อยกว่า แต่มีข้อเสียเล็กน้อย คื...
    5 ปีที่ผ่านมา

chat love manman

chat love manman1

chat love manman 2

chat love manman 3

chat love manman 4

chat love manman 5

chat love manman6